lineสโบเบท แทงบอลออนไลน์
sbobetfan.com sbobetfan.com
sbobetfan.com
line@lnwasia ติดต่อสอบถาม 24 ชม. 02-508-8798 เดิมพันบนมือถือ

ไม่ทันแล้วสายไป! สำหรับ อาร์เซน่อล

บทสรุปสุดท้ายหลัง 9 เดือนอันเข้มข้นในลีก อาร์เซน่อล จบอันดับ 5 ของตาราง นี่คือครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่สามารถพาทีมติดท็อปโฟร์

เป็นฉากจบที่เห็นภาพความเป็นไปของอาร์เซน่อลแบบชัดเจน ถ้าเปรียบเป็นเส้นกราฟคือมีความโน้มเอียงต่ำลงต่อเนื่อง จากทีมลุ้นแชมป์ ลดระดับมาลุ้นพื้นที่ ชปล. โดยที่เอาตัวรอดหวุดหวิดในหลายฤดูกาล และในที่สุดหลุดท็อปโฟร์เป็นครั้งแรกจนได้

การขึ้น-ลงของอันดับในตารางเป็นเรื่องปกติ แต่ละฤดูกาลมีดีมีแย่สลับกันไป เชลซี กระโดดจากที่ 10 ขึ้นมาเป็นแชมป์ ส่วนแชมป์ซีซั่นก่อนอย่างเลสเตอร์ หล่นไปอยู่ที่ 12

แต่สำหรับ อาร์เซน่อล คงต้องขีดเส้นใต้เอาไว้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอันดับที่มีนัยยะสำคัญโดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่ว่าอาจเป็นฤดูกาลสุดท้ายของ อาร์แซน เวนเกอร์ ฤดูกาลสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและแตกแยก

พลาดโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เคยเป็นขาประจำมาตลอด 19 ปีหลังสุด อันดับต่ำกว่าคู่ปรับ สเปอร์ส เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ เวนเกอร์ คุมทีม

ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ส่วนความหวังสุดท้ายในเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศก็เป็นรองเชลซีหลายแง่มุม

และที่ต้องใส่ใจไม่แพ้กันคือ กระแสต่อต้านของแฟนบอลที่ดุเดือดมากกว่าทุกฤดูกาลที่ผ่านมา 

ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือฤดูกาลที่ เวนเกอร์ ทำงานอย่างยากลำบาก และยิ่งผลงานในสนามไม่เป็นไปอย่างที่หวัง กระแสกดดันรอบข้างยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

เวนเกอร์ พาทีมจบได้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ดีพอที่จะไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกอีกครั้ง อาร์เซน่อล ชนะ 7 จาก 8 นัดหลังสุดในลีก เพียงแต่ไม่สามารถไล่แซง แมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูล ได้

พวกเขาปล่อยให้ตัวเองเลือดไหลมากเกินกว่าจะเยียวยาได้ทัน

12 นัดระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อาร์เซน่อล ชนะได้เพียง 4 นัด ซึ่ง 2 ใน 4 คือการชนะทีมนอกลีกในเอฟเอ คัพ ช่วงเวลานี้ ปืนโตกลายเป็นปืนแตก แพ้เกมลีกนอกบ้าน 4 นัดติด และเสียนัดละ 3 ประตู (เชลซี, ลิเวอร์พูล, เวสต์บรอมวิช และ คริสตัล พาเลซ)

แต่ที่บอบช้ำมากที่สุดคือ โดน บาเยิร์น มิวนิค ไล่ขย้ำ 2 นัด 10 ประตู!!! เรียกได้ว่าหายบ้ากันเลยทีเดียว

หลังเกมพ่ายพาเลซ 0-3 เวนเกอร์ ถึงขั้นล้างแนวคิดตัวเองใหม่ และเลือกระบบการเล่นหลัง 3 แบบ เชลซี หวังกู้วิกฤติทีม ถือว่าไปได้สวยกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพราะเก็บชัยได้ 8 จาก 9 นัดในทุกรายการที่เล่นระบบนี้

เกมรับสมดุลมากขึ้น เสียประตูน้อยลง และได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ แต่น่าเสียดายที่ติดเครื่องช้าไปหน่อย แถมการแข่งขันในลีกฤดูกาลนี้ก็สูงขึ้นมากด้วย อาร์เซน่อลจบฤดูกาลด้วยการมี 75 คะแนน มากกว่าฤดูกาลก่อนที่เป็นรองแชมป์ถึง 4 คะแนนด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าคู่แข่งในกลุ่มนำล้วนยกระดับขึ้นมาชัดเจนยิ่งกว่า

สเปอร์สเก็บเพิ่ม 18 คะแนน ลิเวอร์พูล ได้มากกว่าซีซั่นก่อน 16 คะแนน และที่มากสุดคือ เชลซี ที่เปลี่ยนจาก 50 คะแนนเป็น 93 คะแนน หรือเกือบสองเท่า ไก่เดือยทองที่ได้ไป 86 คะแนน หากเป็นในฤดูกาลอื่นก็มากพอที่จะเป็นแชมป์ไปแล้ว

หากดูจากคะแนน แน่นอนว่า เวนเกอร์ ทำได้ดีขึ้น แต่เมื่อมองภาพรวมของการแข่งขันที่เข้มข้นกว่าเดิมก็กลายเป็นว่าปืนโตยกระดับตัวเองได้เพียงนิดเดียว

การย่ำอยู่กับทีมหรือขยับแค่เล็กน้อย คงไม่ต่างอะไรกับ “ตามหลัง” เพราะคนอื่นก้าวไปข้างหน้าด้วยสปีดที่เร็วกว่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับอาร์เซน่อล

เวนเกอร์ มีโอกาสตบแต่งให้ฤดูกาลนี้ไม่ออกมาแย่จนเกินไปด้วยการเป็นแชมป์เอฟเอ คัพ แต่พวกเขาต้องเดินหน้าสู่เวมบลีย์ด้วยสภาพที่เป็นรองเชลซี

ในชัยชนะส่งท้ายฤดูกาลกลับต้องสังเวยด้วยใบแดงของ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ซึ่งไร้ข้อโต้แย้งใดๆ และต้องยอมรับการพลาดช่วยทีมในเกมชี้ชะตาเอฟเอ

หากแจกแดงได้ 2 ใบ ผู้ตัดสินคงทำไปแล้ว จังหวะเสียบแบบนี้อันตรายเกินกว่าจะให้อยู่ในสนามต่อไป

 

ข่าวฟุตบอลล่าสุด