lineสโบเบท แทงบอลออนไลน์
sbobetfan.com sbobetfan.com
sbobetfan.com
line@lnwasia ติดต่อสอบถาม 24 ชม. 02-508-8798 เดิมพันบนมือถือ

ใครปัง-ใครพัง? ตลาดแข้งซีซั่นแรกของ 2 ทีมมหาเศรษฐีในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก

2 สโมสรที่เปรียบเหมือนกับตัวแทนพลังเงินอันยิ่งใหญ่ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คงไม่มีทีมไหนข้ามหน้าข้ามตา เชลซี สโมสรเศรษฐีเก่าที่ทำให้การเงินในวงการฟุตบอลสะพัดจากการเข้ามาของ โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มหาเศรษฐีใหม่ภายใต้การนำจากพลังเงินในตะวันออกกลาง ที่ซื้อต่อมาจากเศรษฐีชาวไทยอย่าง ทักษิณ ชินวัตร ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้และเผลอๆ อาจจะเหนือกว่าเชลซีเสียด้วยซ้ำไป

แม้ปัจจุบันทั้ง 2 ทีมจะเป็นทีมยิ่งใหญ่มีคลาสดูไฮโซ เป็นเต็งแชมป์แทบทุกรายการที่ได้ลงแข่ง แต่ต้องไม่ลืมว่าการเข้ามาในฤดูกาลแรกของเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ได้ทำให้พวกเขากลายเป็นหนูตกถังข้าวสารใช้เงินกันกระจายจริงๆ แต่ใครใช้เงินในซีซั่นแรกที่ยังตื่นเงินได้ดีกว่ากันนั้น เราลองมาค่อยๆ กะเทาะดูทีละชั้นกันดีกว่า

2003/04 เป็นซีซั่นแรกของ เชลซี ที่แปรสภาพตัวเองเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว อยู่ภายใต้การนำของ เคลาดิโอ้ รานิเอรี่ กุนซือชาวอิตาลี ได้ควักเงินซื้อตัว เฮอร์นัน เครสโป กองหน้าจากอินเตอร์ มิลาน มาเพิ่มด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ แล้วก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการยืมตัวไปเล่นให้ เอซี มิลาน บ้าง อินเตอร์บ้าง ก่อนจะย้ายกลับทีมเก่ถาวรในปี 2009 ก่อนจะไปสอยตัว ฮวน เซบาสเตียน เวรอน กองกลางที่ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าในลีกอังกฤษมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยเงินมากถึง 15 ล้านปอนด์ ที่ชีวิตก็ไม่ต่างกันกับเครสโปที่โดนปล่อยตัวให้ชาวบ้านยืมเรื่อยๆ และย้ายออกไปในปี 2007 ส่วน อาเดรียน มูตู กองหน้าทีมชาติโรมาเนีย ก็ได้ตัวมาจาก ปาร์ม่า ด้วยค่าตัว 15.8 ล้านยูโร แต่เล่นให้ทีมได้แค่ซีซั่นเดียวก็โดนปล่อยตัวไปอยู่กับ ยูเวนตุส แบบไม่มีอะไรดีๆ ให้น่าจนจำนัก

ตามมาด้วย เฌเรมี่ ดาวเตะทีมชาติแคเมอรูน ที่ซื้อมาจากเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 6.9 ล้านปอนด์, โคล้ด มาเคเลเล่ จากเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 16.8 ล้านปอนด์ ที่ต่อได้กลายเป็นกำลังสำคัญให้เชลซีประสบความสำเร็จในอนาคตต่อจากนั้น, ดาเมียน ดัฟฟ์ ย้ายจากแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์, โจ โคล ย้ายจากเวสต์แฮม มาด้วยค่าตัว 6.6 ล้านปอนด์และกลายเป็นตัวหลักในเวลาต่อมา, เกลนน์ จอห์นสัน นักเตะคนแรกในยุคเสี่ยหมีย้ายจากเวสต์แฮม ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ และ เวย์น บริดจ์ ย้ายจากเซาธ์แฮมตัน มาด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์

ในขณะที่ซีซั่น 2007/08 เป็นครั้งแรกที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้าสู่ยุคมหาเศรษฐีเมืองไทย ภายใต้การทำทีมของ สเวน-โกรัน อิริกสัน อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ โดยพวกเขาได้ตัว จิโอวานนี ตัวรุกชาวบราซิลมาจากครูไซโรในลีกบราซิลมาแบบฟรีๆ ที่ได้รับโอกาสลงเล่นในทีมแค่ไม่กี่นัด ก่อนจะได้ตัว เอลาโน่ อดีตกองกลางทีมชาติบราซิลจากชัคเตอร์ โดเนสก์ ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ แต่ก็เล่นให้ทีมได้แค่ 2 ปีก็ต้องปล่อยตัวไปให้กาลาตาซารายใช้งานต่อ

คนต่อมาคือ เวดราน คอร์ลูก้า แนวรับทีมชาติโครเอเชีย โดนเรือใบซื้อตัวมาด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ แต่ก็เล่นได้แค่ปีเดียวเท่านั้น, โรลันโด้ เบียงคี กองหน้าชาวอิตาลี ถูกซื้อตัวมาจาก เรจจิน่า ด้วยค่าตัว 8.8 ล้านปอนด์ ก่อนจะโดนปล่อยยืมตัวและขายขาดในเวลาแค่ปีเดียว, เกลสัน เฟอร์นันเดส กองรับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ถูกซื้อตัวมาจากซิยงด้วยค่าตัว 4.2 ล้านปอนด์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่นัก, วาเลรี่ โบยินอฟ กองหน้าชาวบัลกาเรีย ถูกซื้อตัวมาจาก ฟิออเรนติน่า แบบไม่เปิดเผยค่าตัว และมาร์ติน เปตรอฟ อดีตตัวรุกทีมชาติบัลกาเรีย ถูกซื้อมาด้วยค่าตัว 4.7 ล้านปอนด์

วัดจากจำนวนเงินในซีซั่นแรกแล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้ไปน้อยกว่า เชลซี แต่ก็ตามเม็ดเงินที่ลงไปคือสิ้นสุดฤดูกาล 2003/04 ทัพสิงโตน้ำเงินครามจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ ฤดูกาลถัดมาเชลซีเปลี่ยนโค้ชและได้แชมป์ ส่วนเรือใบสีฟ้าในซีซั่น 2007/08 จบด้วยอันดับ 9 ดีขึ้นกว่าซีซั่นก่อนหน้าที่ได้อันดับ 14 ขึ้นมานิดหน่อย ฤดูกาลถัดมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปลี่ยนโค้ชเหมือนกัน แต่อันดับแย่ลงกว่าเดิม 1 ขั้น

ข่าวฟุตบอลล่าสุด