lineสโบเบท แทงบอลออนไลน์
sbobetfan.com sbobetfan.com
sbobetfan.com
line@lnwasia ติดต่อสอบถาม 24 ชม. 02-508-8798 เดิมพันบนมือถือ

เชส ยก มูรินโญ่ เป็นบิดาแห่งกุนซือ

Sbobet

เชส ฟาเบรกัส กองกลางทีม “สิงโตน้ำเงิน” เชลซี ออกมาปกป้องโชเซ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส ว่าไม่ใช่กุนซือที่เน้นเกมรับ พร้อมยกเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลก

 

รับ ฟาเบรกัส ถือเป็นหนึ่งในนักเตะของเชลซีที่ถูกแฉว่าไม่แฮปปี้กับสไตล์การคุมทีมของมูรินโญ และชวนกันเล่นไล่โค้ช จนทำให้ โชเซ มูรินโญ ต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเชลซีเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ก่อนจะมารับงานเป็นกุนซือให้ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

นี่คือผู้ที่ก้าวขึ้นมาจากโค้ชในทีมฟุตบอลระดับโรงเรียน จนมาถึงสถานะที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้จัดการทีมที่โด่งดังที่สุดในโลก โดยคว้าแชมป์ลีกได้ใน 4 ประเทศ และยังคว้าเกียรติยศที่สูงที่สุดอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้กับ 2 สโมสร และต่อจากนี้ไป เขาจะสร้างเรื่องราวของเขาต่อในโรงละครแห่งความฝัน

 

เขาคือลูกชายของผู้รักษาประตูทีมชาติโปรตุเกส เรียกได้ว่ามูรินโญ่มีสายเลือดนักฟุตบอลอยู่เต็มเปี่ยม แต่แทนที่เขาจะเดินตามรอยเท้าพ่อของเขาด้วยอาชีพค้าแข้ง เขากลับเลือกที่จะมุ่งมั่นทางด้านการเรียนแทน โดยศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาในมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะมาเป็นครูสอนในโรงเรียน ขณะเดียวกันก็รับงานเป็นโค้ชของทีมเยาวชนไปด้วย จากนั้นในปี 1992 เขาก็กลายมาเป็นล่ามให้กับ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ที่สปอร์ติ้ง ลิสบอน และทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้เขาได้ตามอดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษไปทำงานที่บาร์เซโลน่าด้วยในปี 1996

 

ร็อบสันอำลาสโมสรกาตาลันในปีต่อมา แต่ทีมงานของเขาบางส่วนอย่างเช่นมูรินโญ่ก็ยังอยู่ทำงานที่คัมป์ นูต่อไป ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง หลุยส์ ฟาน กัล ซึ่งมอบหมายให้เขารับผิดชอบการทำทีมชุดเอกับชุดบี ตำนานบาร์ซ่าอย่าง ชาบี ก้าวขึ้นมาพอดีในช่วงนั้น และเขาก็ประทับใจในตัวมูรินโญ่อย่างรวดเร็ว “เขายอดเยี่ยมมากตลอด 3 ปีที่บาร์ซ่า” ชาบีกล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ “มีคนพูดว่าเขาทำหน้าที่เป็นล่าม ไร้สาระสิ้นดี เขาเป็นผู้ช่วยโค้ชต่างหาก เป็นคนที่เข้าใจปรัชญาของบาร์ซ่าดี เขาได้รับการนับถือเป็นอย่างมากจากพวกนักเตะ ผมประหลาดใจที่เขาสร้างชื่อขึ้นมาด้วยการทำทีมในแบบเน้นเกมรับ เพราะว่าเขาไม่เคยเป็นแบบนั้นเลยตอนอยู่กับเรา”

 

ขณะที่ชื่อเสียงของเขาในวงการฟุตบอลเริ่มเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ มูรินโญ่ก็ได้กลับบ้านเกิดไปคุมทีมยักษ์ใหญ่ของโปรตุเกสอย่างเบนฟิก้าเมื่อปี 2000 มันเป็นการทำงานในช่วงระยะเวลาที่สั้นมาก แต่งานที่ 2 ของเขาในฐานะนายใหญ่ของอูนิเอา เด เลเรียนั้นถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ

 

เอฟซี ปอร์โต้คือที่หมายต่อไป และมันก็กลายมาเป็นสรวงสรรค์ที่เขาได้สร้างขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาได้ทำให้ทางสโมสรถึงกับต้องสร้างห้องขึ้นมาใหม่เพื่อเก็บถ้วยแชมป์ที่เขาไล่ล่ามาได้ รวมถึงถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2004 ด้วย หลังจากที่มูรินโญ่คว้าแชมป์ยูฟ่า คัพมาได้ในปีก่อนหน้านั้น โดยในเส้นทางสู่การคว้าชัยในถ้วยใหญ่ของยุโรป มูรินโญ่ก็ได้ทำการแนะนำตนเองต่อวงการฟุตบอลอังกฤษ เมื่อเขาฉลองชัยแบบสุดบ้าคลั่งด้วยการวิ่งไปทั่วเส้นข้างสนามที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในเกมรอบน็อคเอาท์ที่เขี่ยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตกรอบ

 

หลังจากที่เขาพาทีมจากโปรตุเกสไปถึงตำแหน่งแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เป็นเชลซีที่คว้าตัวเขาไปในช่วงซัมเมอร์ โดยเจ้าของทีมสิงโตน้ำเงินครามอย่าง โรมัน อบราโมวิช พร้อมที่จะจ่ายเงินให้ตามที่เขาต้องการ การแถลงข่าวเปิดตัวของเขาได้กลายมาเป็นประวัติศาสตร์ โดยได้เกิดประโยคเด็ดที่ทำให้เขาได้รับการขนานนามว่า ‘สเปเชียล วัน’ มาจนถึงทุกวันนี้ “ได้โปรดอย่ามองว่าผมเป็นคนจองหอง เพราะสิ่งที่ผมจะพูดนั้นเป็นเรื่องจริง” โชเซ่บอกกับนักข่าว “ผมคือแชมป์ยุโรป ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ไม่รู้ ผมคิดว่าผมคือสเปเชียล วัน”

 

แม้จะเป็นคำพูดที่ดูออกตัวแรง แต่เขาก็ทำได้ตามนั้นจริงๆ ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก 2 สมัยติดต่อกันในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เช่นเดียวกับแชมป์ลีก คัพ 2 สมัย และแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 2007 (ซึ่งเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในนัดชิงฯ) ด้วยความสำเร็จขนาดนี้ ทำให้การอำลาทีมเชลซีของเขาเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ โดยเขาแยกทางกับทีมสิงห์บลูส์ครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2007 เพียงไม่กี่วันก่อนที่ทีมของเขาจะมาเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด

 

งานถัดไปของมูรินโญ่ก็คือที่อินเตอร์ มิลาน ซึ่งในช่วงนั้นเขาสามารถพูดภาษาอิตาเลียนได้อย่างคล่องแคล่ว โดยที่เขาอ้างว่าใช้เวลาเรียนภาษาเพียงแค่ 3 สัปดาห์เท่านั้น ถือเป็นการเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ และการคุมทีมในถิ่นซาน ซิโร่ของเขาก็ประสบความสำเร็จอีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์เซเรีย อา 2 สมัย, โคปปา อิตาเลีย, ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา และแชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2010

ข่าวฟุตบอลล่าสุด